หมาหนุ่มแอบมุดรั้วเข้าบ้านมาเฝ้าหมาสาวทุกวัน จนแม่ใจอ่อน รับมาเลี้ยงด้วยซะเลย

ถ้ารักกันจริง ต้องมีความสม่ำเสมอ มาหาทุกวัน แล้วเดี๋ยวผู้ใหญ่ก็จะเห็นความตั้งใจจริงและเอ็นดูเราเองนะ นี่อาจจะเป็นสิ่งที่น้องหมาแอบคุยกันก็เป็นได้ เรื่องราวน่ารัก ๆ อันแสนน่าประทับใจ ราวกับพล็อตนิยายรักโรแมนติกของน้องหมา ที่ทำให้ชุมชนคนรักหมาเป็นต้องยิ้มกันยกใหญ่

คุณอรุณวรรณ สมสุข ได้เล่าเรื่องราวของน้องหมาที่ชื่อว่า “พี่แดง” หมาหนุ่มไร้เจ้าของ ที่สุดท้ายแล้วได้ตัดสินใจรับเอามาเลี้ยงจนเป็นที่รักใคร่ของทุกคนในบ้าน เรียกได้ว่าเป็นเรื่องราวโรแมนติกในแบบฉบับของน้องหมาก็ว่าได้

เรื่องเล่าของพี่แดง

พี่แดงคือหมาไร้เจ้าของที่มาชอบพอลูกสาวที่บ้านเมื่อสองปีก่อน มุดรั้วกัดที่กั้นจนขาด เพื่อเข้ามาเฝ้าหนูเป็ด ด้วยที่ลูกสาวทำหมันทั้งบ้าน แม่เลยไม่ได้ห้ามปรามอะไร ตอนที่ให้ข้าวเด็กๆ เลยให้พี่แดงไปด้วย …

ตอนที่แดงมาแรกๆนั้น แววตาดูไม่ไว้ใจใคร ไม่ให้จับตัว แต่ตอนนั้นคิดว่าหลังติดสาวคงจะกลับบ้านเอง

ผ่านมาเกือบเดือน ยังเห็นแดงมุดรั้วมาทุกวัน นอนไกลๆ ดูทุกๆอย่างที่คนในบ้านทำ เวลาเรากอดเด็กๆ แดงจะมองตาม แต่ไม่เคยเข้าใกล้…

เราไปสอบถามคนแถวๆนั้นว่าแดงมาจากบ้านไหน เขาว่ามีคนเอามาเลี้ยง แต่เขาดป็นพนักงานร้าน พอร้านย้าย เลยย้ายกันไป โดยทิ้งแดงไว้ที่นี่ … แดงเลยมานอนที่บ้านโดยปริยาย…

แรกๆที่มา จะหวงที่บ้านมาก ใครเดินผ่านแทบไม่ได้ ไล่กัดเขา จนบางทีเราคิดว่าจะทำไงกับแดงดี แต่เมื่อคิดว่า แดงคงหวงบ้านตามประสาเลยตัดสินใจต้องสอนว่าแบบไหนเราชอบและไม่ชอบ…

ปัจจุบันนี้ แดงไม่ไล่กัดใครไปทั่ว (อาจมีแอบเกเรบ้าง แต่แอบ ๆ ) และเข้ามานอนในบ้านอย่างสบายใจ ชอบการกอดที่สุด ยิ่งเวลานอน ถ้าได้นอนซบข้างๆ หรือบนตัว แดงจะหลับสนิท จนไม่เหลือความระแวงใดๆ …

เวลากลางคืนที่บ้านปล่อยเด็กๆวิ่ง ไปกินหญ้าตามริมคลอง ถ้าเราปิดประตูโดยที่ไม่รู้ว่าเข้ามากันครบไหม แดงจะเห่าและมองไปที่ริมคลอง บอกว่าลูกสาวยังเข้าบ้านไม่ครบ…

อยากจะเล่าความประทับใจนี้ สำหรับท่านที่จะคิดเลี้ยงหมา จรแต่น้องโตแล้ว อยากบอกว่า สอนเขาได้ แค่ขอความรักที่อบอุ่น อาหารและยาเท่าที่จำเป็น…

งานนี้ทุกคนต่างชื่นชมกันยกใหญ่ที่ยอมรับพี่แดงเข้ามาอยู่ในบ้าน ให้เขาได้อยู่กับน้องหมาของแม่ที่เขาหลงรัก และที่สำคัญที่สุดคือได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างสมควร ได้รับความรักจากมนุษย์อีกครั้ง เป็นเรื่องน่ารัก ๆ ที่ได้อ่านได้รับรู้แล้วสุขใจจริง ๆ เลยว่าไหมจ๊ะ

ที่มา: อรุณวรรณ สมสุข