8 ขั้นตอนสำคัญที่ควรปฏิบัติเมื่อพบเจอ “สิ่งแปลกปลอม” ในอาหาร

8 ขั้นตอนสำคัญที่ควรปฏิบัติเมื่อพบเจอ “สิ่งแปลกปลอม” ในอาหาร

ผู้บริโภคทุกคนย่อมอยากได้สินค้าคุณภาพดีสมกับเงินที่จ่ายไป คงไม่มีใครคาดหวังให้ตนเจอสิ่งแปลกปลอมในอาหารอย่างเช่นก้อนหินในถุงขนมหรือเศษผมในจานข้าว แต่ถ้าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับเราจริงๆ อะไรคือสิ่งที่ต้องปฏิบัติ!?

หลายคนคงคิดว่าสิ่งที่ต้องทำก็คือส่งคืนให้กับร้าน แต่ผลที่ได้มักไม่เป็นดังหวังเพราะหลายครั้งร้านค้าก็ปฏิเสธความรับผิดชอบกันดื้อๆ และนี่คือ 8 คำแนะนำที่ควรและไม่ควรทำ

fro2

อย่าเปิด!

สิ่งแรกที่ไม่ควรทำเมื่อเห็นว่าอาหารของเรามีสิ่งแปลกปลอมในกรณีที่สามารถมองเห็นได้ผ่านบรรจุภัณฑ์และมีการปิดอย่างมิดชิดก็คือ “อย่าเปิดออกมาเด็ดขาด” เพราะจะเป็นการทำลายหลักฐานทันที

cops

ถ้าเกิดว่าเปิดไปแล้วล่ะ?

ถ้าหากพบสิ่งแปลกปลอมในขณะที่กำลังรับประทาน สิ่งที่ต้องทำก็คือหยิบโทรศัพท์หรือกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไว้ จากนั้นก็เก็บใส่ภาชนะที่มองทะลุได้ชัดเจน

 

 

เก็บหลักฐาน

ขั้นตอนต่อไปคือเก็บไว้ในตู้หรือช่องแช่แข็ง จากนั้นก็หาใบเสร็จของอาหารที่ซื้อมา

 

thing-in-food01

 

ติดต่อร้านค้า

เมื่อหาหลักฐานและจัดการทุกอย่างแล้วก็ติดต่อร้านค้าและส่งใบเสร็จพร้อมภาพถ่ายหลักฐานไปให้ครบถ้วน

fbs

แต่อย่าส่ง “ทุกอย่าง” ให้ร้านไปหมด

ถ้าทำอย่างนั้นก็เท่ากับว่าเราส่งหลักฐานทั้งหมดคืนให้ผู้กระทำ อย่าส่งทุกอย่างให้ร้านค้าแต่ให้เก็บใบเสร็จพร้อมรูปถ่ายอีกชุดไว้กับตัว ไม่เช่นนั้นอย่างดีที่สุดเราก็จะได้แค่บัตรรับประทานอาหารฟรีไม่กี่บาท

fro1

แจ้งเจ้าหน้าที่

ติดต่อหน่วยงานหรือองค์กรที่เกี่ยวข้องเพื่อให้เจ้าหน้าที่มาทำการตรวจสอบต่อไป เพราะสิ่งแปลกปลอมเหล่านั้นอาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพของเราหรือคนอื่นๆ ในภายหลัง ถ้ารู้สึกว่าร่างกายเกิดอาการผิดปกติก็ต้องไปพบแพทย์เพื่อตรวจร่างกายพร้อมทั้งเก็บใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลและขอใบรับรองแพทย์

 

polica

 

การรับผิดชอบ

ติดต่อไปยังร้านค้าหรือบริษัทว่าเราต้องการการชดเชยอย่างไร นอกจากนี้การแจ้งองค์กรที่เกี่ยวข้องนอกจากจะเป็นผลดีต่อตัวเราเองแล้วยังช่วยให้เกิดการตรวจสอบเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์นี้ซ้ำกับผู้บริโภครายอื่นๆ

thing-in-food07

ฟ้องร้อง

ถ้าหากร้านค้าหรือบริษัทไม่รับผิดชอบก็สามารถนำหลักฐานทั้งหมดไปฟ้องร้องขึ้นศาลได้ ซึ่งหลักฐานทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นใบเสร็จ ภาพถ่าย หรืออาหารที่เราแช่แข็งไว้อาจจำเป็นต้องใช้ในขั้นตอนนี้

แม้ว่าอาจจะดูเป็นเรื่องยุ่งยากและใช้เวลาพอสมควร แต่การเรียกร้องสิทธิ์ของผู้บริโภคก็เป็นสิ่งสำคัญ นอกจากนี้ยังเป็นการช่วยพัฒนาคุณภาพสังคมและจัดการกับร้านค้าหรือผู้จัดจำหน่ายที่ไม่ใส่ใจต่อมาตรฐานการผลิตได้เป็นอย่างดี

ที่มา: metro, ภาพจาก: soilandcellardeeside